รู้จักกับ 5 ประเภทของ ‘อินฟลูเอนเซอร์’ พร้อมข้อแตกต่างและวิธีนำไปใช้งานที่แบรนด์ต้องห้ามพลาด!
- Buddy Review
- 18 มี.ค.
- ยาว 1 นาที

การตลาดอินฟลูเอนเซอร์ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่ทรงพลังอย่างมาก แต่การจะใช้อินฟลูเอนเซอร์นั้นไม่ใช่เพียงแค่เลือกจากคนที่ชอบ รู้สึกว่าดีเท่านั้น เพราะอินฟลูเอนเซอร์ในแต่ละประเภทนั้นจุดเด่นและวัตถุประสงค์แตกต่างกันออกไป
โดยวันนี้เราจะไปเจาะลึกพร้อมสรุปสั้นๆ กันว่า ‘อินฟลูเอนเซอร์’ ประเภทไหนมีจุดเด่นอะไรยังไงและสุดท้ายแล้วอินฟลูฯ ประเภทไหนเหมาะสำหรับแบรนด์คุณมากที่สุด... มาดู 5 ประเภท influencer กันเลย

Nano Influencer
กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์เริ่มต้นที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 1,000-10,000 คน เป็นกลุ่มที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจากผู้ติดตามส่วนมากนั้นเป็นคนรู้จัก คนใกล้ตัว ทำให้การรีวิวนั้นมีความรู้สึกเหมือน ‘เพื่อนและนำเพื่อน’ มากกว่าการถูกจ้างให้ทำโฆษณาโปรโมทนั่นเอง
จุดเด่น
• มีอัตราการมีส่วนร่วมที่ดี (Engagement Rate)
• เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตรงจุด มีความเฉพาะทาง
• มีความใกล้ชิดกับตัวผู้ติดตาม ทำให้มีความน่าเชื่อถือที่สูง
ควรจะใช้เมื่อใด?
• แบรนด์ระดับเล็ก-กลางที่มีงบประมาณที่จำกัด
• แบรนด์ที่ต้องการทดสอบเปิดตัวสินค้าหรือบริการด้วยกลยุทธ์การตลาดใหม่ๆ
• แบรนด์ต้องการที่จะสร้างการบอกต่อ (Word of Mouth)
• แบรนด์ที่ต้องการจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง

Micro Influencer
ขยับขึ้นมาอีกขั้นโดยเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตาม 10,000-50,000 คน เป็นกลุ่มที่มีความคล้ายคลึงกับ Nano Influencer แต่จะเริ่มมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากยิ่งขึ้น เข้าใจในกลุ่มเป้าหมายและยังมีกลุ่มผู้ติดตามที่ชื่นชอบอะไรแบบเดียวกันทำให้อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้มี Quality Audience ที่สูงมาก
จุดเด่น
• มีความน่าเชื่อถือสูง
• มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
• ผู้ติดตามเป็น Quality Audience
• สามารถสร้าง Engagement ได้ดี
ควรจะใช้เมื่อใด?
• แบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพ
• แบรนด์ที่มีงบประมาณปานกลาง
• แบรนด์ที่มีเป้าหมายที่จะเพิ่ม Lead Generation

Mid-Tier Influencer
มีผู้ติดตามตั้งแต่ 50,000-100,000 คน เป็นกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมีแนวทางการทำคอนเทนต์ที่ชัดเจน ทำให้สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ดีในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างได้มากยิ่งขึ้น
จุดเด่น
• สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างได้ดี
• มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
• เชี่ยวชาญในการทำคอนเทนต์
ควรใช้เมื่อใด?
• แบรนด์ที่มีงบการตลาดในระดับหนึ่ง
• แบรนด์ที่ต้องการสร้างยอด Brand Awareness
• แบรนด์ที่ต้องการผลลัพธ์การตลาดที่หวังผลได้มากยิ่งขึ้น

Macro Influencer
มีผู้ติดตามตั้งแต่ 100,000-1,000,000 คน เรียกได้ว่าเป็นผู้ทำคอนเทนต์แบบมืออาชีพ มีแนวทางและตัวตนที่ชัดเจน สามารถสร้างการรับรู้ได้ดี แต่เนื่องจากการที่ตัวอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้มีผู้ติดตามในจำนวนที่มากขึ้น อาจทำให้พวกเขาอัตราการมีส่วนร่วมที่ลดลง
จุดเด่น
• มีความเชี่ยวชาญในการทำคอนเทนต์
• เป็นที่รู้จักในสังคม
• สามารถโน้มน้าวผู้ติดตามได้ดี
ควรใช้งานเมื่อใด?
• การตลาดที่ต้องการสร้าง Brand Awareness จำนวนมาก
• แบรนด์ต้องการคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ
• แบรนด์ต้องการหาลูกค้าหน้าใหม่ๆ
• แบรนด์ที่มีงบประมาณที่สูง

Mega Influencers
มีผู้ติดตามตั้งแต่ 1,000,000 คนขึ้นไป โดยคนกลุ่มนี้มักจะเป็นเซเลป ดารา ไอดอล บุคคลผู้มีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป ซึ่งมีอิทธิพลต่อคนทั่วไปอย่างมาก มีความโปรในการทำคอนเทนต์และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น
จุดเด่น
• เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงมาก เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
• มีไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น เป็นผู้นำเทรนด์ต่างๆ
• เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในการโน้มน้าวสูง
ควรใช้งานเมื่อใด?
• แบรนด์ที่มีงบการตลาดที่สูงมาก
• แบรนด์ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับธุรกิจ
• แบรนด์ที่ต้องการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างอย่างรวดเร็ว
โดยแบรนด์จำเป็นต้องคำนึงถึงจุดประสงค์ของแคมเปญและไลฟ์สไตล์ของอินฟลูเอนเซอร์คนนั้นๆ เป็นหลัก เพื่อให้อินฟลูเอนเซอร์มีประสิทธิภาพต่อกลุ่มเป้าหมายของคุณมากที่สุด
ให้ Buddy Review ค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ที่ใช่ ตอบโจทย์ต่อแคมเปญการตลาดของคุณมากที่สุด พร้อมทั้งดูแลแคมเปญการตลาดของคุณอย่างครบวงจร




ความคิดเห็น